B-QUIK RETURNS TO THE “HOME” OF THAI MOTORSPORT

29 AUGUST 2018

บี-ควิก คืนสู่เหย้า “พีระเซอร์กิต” สุดสัปดาห์นี้ (เวอร์ชั่นภาษาไทย)

B-Quik Racing is heading to Pattaya’s Bira International Circuit this weekend (31 Aug – 2 Sep) for the fourth round of Thailand Super Series (“TSS”) 2018.

However, this time there is a twist as the headlining “Super Car” categories won’t be involved in the three days of competitive action, instead the support classes will take centre stage and that means for us the focus is exclusively on our “Young Driver Programme”.

The story is that with the three Super Car categories venturing to Malaysia for the opening round of TSS 2018 back at the end of March, this weekend will allow the support categories to play catch up – and it comes with an exciting ingredient as the premier national racing championship returns to Bira Circuit, the “Home of Thai Motorsport”, after a two-year absence.

That means the chase for honour rests with our “Young Driver Programme” roster. Namely, Narin Naeosathon will be driving the #26 Camaro TA2 in TA2 Thailand while Pongtanu Kamsai and Adisak Tangphuncharoen will be in our #25 and #26 Honda Brio, respectively, in Super Eco.

For more than three decades tight, twisty and cramped Bira Circuit has held an unshakeable place at the heart of our sport; it’s demanding and unforgiving, providing the perfect platform for our young drivers as they develop their racing skills.

Narin has had to make a huge step up this year. After two seasons in our Honda Brio programme, where the cars come in almost standard-specification and are only modified for safety, he’s graduated to the big and powerful ‘silhouette’ V8-engined racecars that are contesting the inaugural season of TA2 Thailand.

He’s exceeded our expectations during the three rounds and six races – two each held at Sepang, Buriram and Bangsaen – he’s contested so far this year but now he faces a wholly different proposition as he has to muscle this big brute around Bira Circuit.

Narin won’t be going in blind though as he raced one of our Brios here when TSS previously visited in 2016 and last week enjoyed a test day in the Camaro TA2.

It’s going to be another big learning curve though for Narin but he will rise to the challenge. He’s been on the TA2 podium already this year – we expect him to be targeting further trips this weekend.

Although they hadn’t even sat in a racecar until six months ago, the finalists of our “Driver Selection Programme 2018”, Adisak and Pongtanu, arrive with recent track time here under their belts. The closing part of the three-phase selection process, to reduce ten finalists to a final four, saw the prospective candidates joining the TSS Academy (a racing school) at Bira Circuit while since then Adisak has taken part in the opening round of the RAAT Endurance Championship Thailand 2018 here in a Toyota Vios. So, they both have a good platform to build on.

Adisak and Pongtanu have met expectations during the first two rounds of Super Eco – the perennially popular entry level category on the TSS programme – both have reached the class podium and are going faster each time they get in the cockpit. We expect Adisak and Pongtanu to improve further this coming weekend and we hope to see them making a challenge for the podium.

B-Quik Racing is supported by B-Quik, Michelin, Mobil 1, Bendix, Yuasa, NGK, Liqui Moly, STI and WAC Car Detailing.

The action at Bira Circuit kicks off on Thursday (30 Aug) with a full day of Paid Practice for all competitors. It gets serious on Friday (31 Aug) with Official Practice in the morning and then Qualifying in the afternoon where Super Eco is first up at 1405-1435 to decide its starting grid for Race 1 while TA2 Thailand rounds things out at 1725-1755.

The weekend sees a “double header” format for each class. Super Eco kicks off the first race day with its 17-lap opener at 1000 on Saturday morning (1 Sep) while TA2 Thailand’s Race 1 comes up at 1545 and will be 23-laps.

The final day, Sunday (2 Sep), sees Race 2 for Super Eco at 1140 while TA2 Thailand will conclude the event when its Race 2 goes to green lights at 1525; both races are the same distance as the previous day.

Narin Naeosathon: “It’s very excited to back here. It’s the first place where I started as a racing driver and it’s a racetrack where you have to dare to enjoy the speed. We’ve repaired the Camaro after Bangsaen and got ready for upcoming race. I had test day at Bira last week and if everything goes well I’m sure this race will be so much fun and also I hope here is an opportunity to get on the podium.”

Adisak Tangphuncharoen: “I’m very happy to race here again. Bira is a race track which needs a lot of driving skills. I have had experience here in the driver selection programme and RAAT endurance race in Vios but this is my first time in Brio so I’m very excited. I’ll do my best and hopefully I will get good results.”

Pongtanu Kamsai: “I’m back here again as a racing driver after I joined the driver selection programme in April. After I got on the podium in Bangsaen I’m expecting good results in upcoming race. However, I have a lot of things to learn about this circuit so I want to make the most out of this race. Certainly, I will try to do the best I can for podium as well.”

บี-ควิก คืนสู่เหย้า “พีระเซอร์กิต” สุดสัปดาห์นี้

บี-ควิก เรซซิ่ง เดินหน้าลุยศึกไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2018 รอบที่ 4 ณ สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พัทยา สุดสัปดาห์นี้ (31ส.ค.-2 ก.ย.)

สำหรับการแข่งขันสนามนี้จะไม่มีโปรแกรมการแข่งขันของรุ่นใหญ่อย่าง "ซูเปอร์คาร์" บรรจุอยู่ด้วย แต่จะเป็นการแข่งในรุ่นรองลงมา นั่นหมายความว่าในการแข่งครั้งนี้ ทีมจะมุ่งความสนใจไปยังนักแข่งจากโครงการ "ยัง ไดร์เวอร์ โปรแกรม"

ย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนมีนาคม การแข่งขันรุ่นซูเปอร์คาร์ทั้ง 3 รุ่นได้ยกทัพไปดวลความเร็วกันที่ประเทศมาเลเซีย ในการแข่งขันสนามเปิดฤดูกาลของรายการ ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2018 ดังนั้นการแข่งขันในสุดสัปดาห์นี้จะทำให้การแข่งในรุ่นรองลงมามีจำนวนสนามแข่งเท่ากันกับรุ่นซูเปอร์คาร์ และการแข่งครั้งนี้ยังมาพร้อมกับความน่าตื่นเต้น เมื่อรายการชิงแชมป์ระดับประเทศได้กลับไปเยือนสนามพีระซึ่งถือเป็น "บ้านของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย" หลังจากห่างหายจากสนามนี้ไปถึง 2 ปี

นั่นหมายความว่าครั้งนี้จะเป็นการแข่งขันเพื่อล่าโพเดี้ยมของนักแข่งจากโครงการ "ยัง ไดร์เวอร์ โปรแกรม" นรินทร์ แนวสถล จะลงแข่งด้วยรถคามาโร ทีเอ2 หมายเลข 26 ในรายการ ทีเอ2 ไทยแลนด์ ในขณะที่พงศ์ทนุ คำใส และ อดิศักดิ์ ตั้งพูลเจริญ จะลงสนามด้วยรถฮอนด้า บริโอ หมายเลข 25 และ 26 ในรุ่นซูเปอร์ อีโค

สนามพีระซึ่งมีเอกลักษณ์ที่ความคดเคี้ยวและแคบถูกใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตมากว่า 3 ทศวรรษ สนามแห่งนี้ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบสำหรับนักแข่งหน้าใหม่ในการพัฒนาทักษะการแข่งรถของพวกเขา

นรินทร์ก้าวเข้าสู่เวทีที่ใหญ่ขึ้นในปีนี้ หลังจาก 2 ฤดูกาลกับการแข่งในรถฮอนด้า บริโอ ซึ่งเป็นรถสภาพเดิม และทำการปรับแต่งแค่เพียงเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น เขาได้ขยับชั้นขึ้นมาขับรถแข่งรุ่นใหญ่และทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ วี8 ในรายการ ทีเอ2 ไทยแลนด์

นรินทร์ทำผลงานได้ดีเหนือความคาดหมายในการแข่งขันทั้ง 3 รอบที่ผ่านมาซึ่งจัดขึ้นที่เซปัง, บุรีรัมย์ และ บางแสน แต่ตอนนี้นรินทร์ต้องเผชิญกับสิ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง โดยเขาจะต้องควบรถมัสเซิลคาร์อันทรงพลังลงดวลความเร็วที่สนามพีระ นรินทร์นั้นเคยแข่งขันที่สนามแห่งนี้มาแล้วในรุ่นซูเปอร์ อีโคของรายการ ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ ด้วยรถฮอนด้า บริโอเมื่อปี 2016 และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเขาเพิ่งได้ทำการขับทดสอบรถคามาโร ทีเอ2

การแข่งครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่สำหรับนรินทร์ แต่ทีมก็คาดหวังว่านี่จะเป็นโอกาสในการคว้าโพเดี้ยมของเขา นรินทร์เคยขึ้นโพเดี้ยมในรายการทีเอ2 มาแล้วในปีนี้ ทีมจึงหวังว่าเขาจะบรรลุเป้าหมายในสุดสัปดาห์นี้

ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจากโครงการ "ยัง ไดร์เวอร์ โปรแกรม 2018" อดิศักดิ์ และ พงศ์ทนุ กลับมาเยือนสนามแห่งนี้อีกครั้งในฐานะนักแข่ง การคัดเลือกเพื่อเฟ้นหานักแข่งหน้าใหม่รอบสุดท้ายได้ถูกจัดขึ้นที่สนามพีระ ผู้เข้ารอบจำนวน 10 คน ได้เข้าร่วมฝึกกับทีเอสเอส เรซซิ่ง อคาเดมี และถูกคัดเหลือเพียง 4 คนสุดท้าย หลังจากนั้น อดิศักดิ์ได้เข้าร่วมในการแข่งขันสนามแรกของรายการ อาร์เอเอที เอ็นดูรานซ์ แชมเปี้ยนชิพ ไทยแลนด์ 2018 ด้วยรถโตโยต้า วีออส ดังนั้นพวกเขาทั้งคู่จึงมีพื้นฐานที่ดีที่สนามแห่งนี้มาบ้างแล้ว

อดิศักดิ์ และ พงศ์ทนุทำผลงานได้ตามความคาดหวังจากการแข่งขัน 2 รอบที่ผ่านมาในรุ่นซูเปอร์ อีโค ซึ่งเป็นรุ่นการแข่งระดับเริ่มต้นที่ได้รับความนิยมในรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ ทั้งคู่เคยคว้าโพเดี้ยมในรุ่นของตัวเอง และมีการพัฒนาขึ้นในแต่ละครั้งที่พวกเขาลงแข่ง ทีมคาดว่าอดิศักดิ์และพงศ์ทนุจะพัฒนาการขับได้อีกในสุดสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึงนี้ และเราหวังว่าจะได้เห็นพวกเขามีโอกาสในการคว้าโพเดี้ยม

บี-ควิก เรซซิ่ง ได้รับการสนับสนุนโดย บี-ควิก, มิชลิน, โมบิล วัน, เบ็นดิกซ์, ยัวซ่า, เอ็นจีเค, ลิควิ โมลี, เอสทีไอ และ แวค คาร์ ดีเทลลิ่ง

โปรแกรมการแข่งขันจะเริ่มขึ้นในวันพฤหัสบดี (30 ส.ค.) โดยจะเป็นการซ้อมอย่างไม่เป็นทางการ จากนั้นในวันศุกร์ (31 ส.ค.) จะเป็นการซ้อมอย่างเป็นทางการในช่วงเช้า ต่อด้วยการควอลิฟายในช่วงบ่ายเพื่อตัดสินอันดับบนกริดสตาร์ท เริ่มด้วยรุ่นซูเปอร์ อีโค เวลา 14.05-14.35 น. ในขณะที่รายการทีเอ2 ไทยแลนด์นั้นจะทำการควอลิฟายเวลา 17.25-17.55 น.

การแข่งขันเรซแรกในรุ่นซูเปอร์ อีโคจะมีขึ้นในเช้าวันเสาร์ (1 ก.ย.) เวลา 10.00 น. แข่งทั้งหมด 17 รอบ ในขณะที่รายการทีเอ2 ไทยแลนด์จะทำการแข่งเรซแรก เวลา 14.45น. แข่งทั้งหมด 23 รอบ ส่วนโปรแกรมในวันอาทิตย์ (2 ก.ย.) จะเป็นการแข่งขันเรซที่ 2 ในรุ่นซูเปอร์ อีโค เวลา 11.40 น. ในขณะที่รายการทีเอ2 ไทยแลนด์ จะทำการแข่งขันเรซที่ 2 เวลา 15.25 น.

นรินทร์ แนวสถล: มันน่าตื่นเต้นมากครับที่ได้กลับมาที่นี่ มันเป็นสถานที่แรกที่ทำให้ผมได้เริ่มต้นเป็นนักแข่ง และเป็นอีกหนึ่งสนามที่นักแข่งจะได้สนุกสนานกับการท้าทายความเร็ว เราได้ทำการซ่อมแซมรถคามาโรหลังจากการแข่งขันที่บางแสน และเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งที่กำลังจะมาถึง ผมได้มาขับทดสอบที่พีระเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และถ้าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ผมมั่นใจว่าการแข่งครั้งนี้จะต้องสนุกสนานและเร้าใจ และผมยังหวังว่านี่จะเป็นโอกาสที่ดีของผมในการคว้าโพเดี้ยมด้วย

อดิศักดิ์ ตั้งพูลเจริญ: ผมรู้สึกดีใจมากที่จะได้มาแข่งที่นี่อีกครั้ง สนามพีระเป็นสนามที่ต้องใช้ทักษะมาก ผมมีประสบการณ์ที่สนามนี้มาบ้างแล้วเมื่อตอนเข้าร่วมโครงการคัดเลือกนักแข่งหน้าใหม่ และการแข่งเอ็นดูรานซ์ในรถวีออส แต่นี่จะเป็นครั้งแรกของผมสำหรับรถบริโอ ดังนั้นผมจึงรู้สึกตื่นเต้นกับมันมาก ผมจะพยายามให้สุดความสามารถ และหวังว่าจะทำผลงานได้ดีครับ

พงศ์ทนุ คำใส: ผมได้กลับมาที่สนามนี้อีกครั้งในฐานะนักแข่งอย่างเต็มตัวหลังได้เข้าร่วมในโครงการคัดเลือกนักแข่งหน้าใหม่ในเดือนเมษายน หลังจากที่ผมได้โพเดี้ยมที่บางแสน ผมก็คาดหวังผลงานที่ดีในการแข่งที่กำลังจะมาถึงนี้อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ผมยังต้องเรียนรู้เกี่ยวกับสนามแห่งนี้อีกมาก ดังนั้นผมจึงต้องการจะใช้โอกาสจากการแข่งครั้งนี้ แน่นอนว่าผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อโพเดี้ยมด้วยเช่นกันครับ